fbpx

เต่ากระที่เกาะทะลุ

เรื่องราวของเต่ากระบนเกาะทะลุนับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นบนเกาะอีกครั้ง โดยเมื่อวันที่ 24 กรกฏาคม 2554 ที่ผ่านมา ได้มีการพบเต่ากระขึ้นวางไข่ในช่วงเวลาประมาณ 20.00 น.โดยจุดที่พบอยู่หน้าอ่าวใหญ่บริเวณใต้ต้นหูกวางเลยบีชบาร์ไปประมาณ 100 เมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำสัญลักษณ์จุดที่เต่าวางไข่เอาไว้ และในรุ่งเช้าของวันที่ 25 กรกฏาคม เจ้าหน้าที่ของเกาะได้ออกเดินเท้าสำรวจบริเวณอ่าวเทียนและปลายหางเกาะเพิ่มเติมเนื่องจากคาดเดาว่าน่าจะมีแม่เต่าขึ้นไข่ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่เคยพบหลุมไข่เต่าบริเวณเดียวกันกับที่พบเมื่อปี 2553

จุดที่พบเต่ากระขึ้นวางไข่คืนวันที่ 24 กรกฏาคม 2554

เมื่อทีมงานเดินทางไปถึงอ่าวปลายหางจึงได้พบกับหลุมไข่เต่าอีก 3 หลุมถือเป็นความโชคดีของทีมงานที่ตัดสินใจออกสำรวจในวันนั้นทางทีมงานตัดสินใจแจ้งข้อมูลโดยตรงไปยังกองทัพเรือที่ “ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือภาคที่ 3 กองเรือยุทธการ” โดยได้ประสานกับทาง พล.ร.ต.วินัย กล่อมอินทร์ ผู้บัญชาการหน่วยสงครามพิเศษทางเรือโดยตรง ท่านได้ให้คำแนะนำให้ปรับพื้นที่ให้อยู่ในสภาพปรกติเพื่อหลีกเลี่ยงคนที่จะขึ้นมาลักไข่เต่าและนัดหมายกับทางทีมงานว่าจะลงพื้นที่เกาะทะลุมาช่วยสำรวจและตระเตรียมสถานที่เพาะฟักในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม อย่างแข็งขันและในวันที่ 31 กรกฎาคม 2554 ทางทีมงานได้ต้อนรับคณะของท่านพล.ร.ต. วินัย กล่อมอินทร์ ท่านลงสำรวจพื้นที่และทำการขุดย้ายไข่เต่าด้วยตัวเอง โดยท่านได้ทำการเลือกทำเลในการทำแปลงเพาะฟัก ซึ่งเลือกพื้นที่ที่มีทรายปะการังละเอียด โดยสถิติจะสามารถช่วยลดจำนวนไข่เสียลงได้โดยครั้งนี้นับไข่เต่าที่ขุดย้ายทั้งหมด 3 หลุม หลุมที่1 นับได้ 138 ฟอง หลุมที่2 นับได้ 148 ฟอง และหลุมที่ 3 นับได้ 101 ฟอง

โดยทั้ง 3 รัง คัดเลือกไข่เสียออกที่นับได้ทั้งหมดจำนวน 80 ฟอง จากประสบการณ์ของ พล.ร.ต. วินัย ท่านสังเกตว่ารังที่ 1 แม่เต่าน่าจะขึ้นมาวางไข่พร้อมกับรังที่พบในวันที่ 24 ส่วนอีก 2 รังยังไม่สามารถสรุปได้ว่าขึ้นวางไข่วันไหนและในวันที่ 12 สิงหาคม 2554 คุณปรีดาเกิดรู้สึกสังหรณ์ใจว่าแม่เต่าน่าจะขึ้นไข่วันนี้ซึ่งขณะนั้นคุณสมพร ลูกน้องคนสนิทอยู่ที่ฝั่งท่าเรือบางสะพานคุณปรีดาจึงโทรเรียกให้รีบข้ามกลับมาที่เกาะ หลังจากขึ้นถึงเกาะคุณสมพรก็รีบรุดไปที่อ่าวปลายหางเกาะแล้วก็เป็นไปตามความคาดหมาย คุณสมพรได้พบแม่เต่ากำลังพยามยามหาที่วางไข่ พยายามขุดหลุมหลุมแล้วหลุมเล่าแต่สภาพพื้นที่บริเวณนี้เป็นโขดหินเสียส่วนใหญ่ทำให้การวางไข่ของแม่เต่าตัวนั้นในครั้งนี้ไม่สำเร็จและได้สังเกตุว่ามีตัวเพรียงเกาะอยู่บนกระดองค่อนข้างเยอะเราจึงจำลักษณะของแม่เต่าตัวนั้นได้อย่างแม่นยำก่อนที่มันจะเดินกลับลงทะเลไปในเวลาประมาณ 22.00 น.

เต่ากระที่พบมีตัวเพรียงเกาะอยู่เต็มตัว
ต่อมาในคืนวันที่ 14 สิงหาคม 2554 วันนี้เป็นวันพระขึ้น 15 ค่ำและเป็นวันสาร์ทจีน ทางทีมงานตัดสินใจออกสำรวจบริเวณอ่าวปลายหางเกาะอีกครั้งการเดินทางไปอ่าวปลายหางเกาะจะเป็นการเดินเท้าไปตาม ชายหาดสลับกับโขดหินไม่มีทางเดินเรียบ ๆให้เดินโดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืนซึ่งระดับน้ำขึ้นสูงจำต้องลุยน้ำซึ่งเป็นปรกติของการสำรวจพื้นที่บนเกาะ และแล้วเราก็ได้พบแม่เต่าตัวเดิมขึ้นวางไข่จริงๆ ครั้งนี้สามารถวางไข่ได้สำเร็จหลังจากแม่เต่าทำการฝังกลบลงทะเล คุณสมพรได้ขุดย้ายรังไข่ โดยในครั้งนี้ได้ไข่เต่าทั้งสิ้นจำนวน 135 ฟอง และนำย้ายมาในบริเวณแปลงเพาะฟัก

ข้อมูลสำหรับเต่ากระพบว่าเต่ากระจะขึ้นวางไข่ตรงกับวันพระ ขึ้น 15 ค่ำหรือแรม 15 ค่ำโดยขึ้นเวลาน้ำขึ้นสูงสุด ใช้เวลา 60 วันก่อนพักเป็นตัว ซึ่งแม่เต่า 1 ตัวจะขึ้นประมาณ 3-5 ครั้งขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของมาเต่าและจำนวนน้ำเชื้อที่รับการผสมพันธุ์จากเต่าตัวผู้ ซึ่งแม่เต่าจะสามารถเก็บน้ำเชื้อไว้สำหรับวางไข่ในเวลาที่ไม่มีตัวผู้ผสมพันธุ์ได้ โดยหลังจากวางไข่เสร็จ 1 รอบจะกลับสู่ท้องทะเลเพื่อสะสมอาหารและฟื้นฟูสภาพร่างกายจนแข็งแรงพอที่จะกลับขึ้นมาวางไข่อีกครั้งโดยในเวลาประมาณ 2-3 ปี ต่อการวางไข่ 1 รอบ
หลังจากเฝ้ารอคอยมาหลายวันและแล้ววันที่รอคอยก็มาถึง เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ของวันที่ 25 สิงหาคม 2554 หลังจากรับประทานอาหารเย็นคุณสมพรและทีมงานก็ดีใจสุดขีด เมื่อเห็นลูกเต่าจำนวนมากกำลังไต่ขึ้นมาจากก้นหลุม ทรายโดยลูกเต่าตัวน้อยๆต่างพากันวิ่งอลวนอยู่ในถังที่ใช้ครอบหลุมเต่าเอาไว้ คุณสมพรและทีมงานเร่งช่วยกันย้ายลูกเต่ากระทั้งหมดไปใส่ไว้ในถังน้ำที่ได้เตรียมไว้สำหรับอนุบาลลูกเต่า โดยวันนั้นลูกเต่าที่ออกมามีทั้งหมด 68 ตัว หลังจากย้ายลูกเต่าทั้งหมดแล้ว ได้ประสานงานกับทาง พล.ร.ต.วินัย ท่านได้ให้คำแนะนำว่าอาจยังมีไข่เต่าบางฟองที่ลูกเต่าไม่สามารถฟักออกมาได้ เนื่องจากอยู่ลึกและอาจถูกทรายกลบทับ คุณสมพรจึงเร่งขุดหลุมและช่วยฉีกไข่เต่าที่ยังไม่ฟัก และก็พบลูกเต่าอีกจำนวน 6 ตัวที่ไม่สามารถฟักออกจากไข่ได้ และมีลูกเต่า 1 ตัวที่ตาย จึงเหลือลูกเต่าที่รอดเพิ่มอีก 5 ตัว รวมกับชุดแรกที่ไต่ขึ้นจากหลุมและครั้งนี้มีลูกเต่าที่ฟักออกมารวมทั้งสิ้น 73 ตัว

ลูกเต่ากำลังฟักและโผล่ออกมาจากทราย
และในวันที่ 28 สิงหาคม 2554 หลังจากรับประทานอาหารเสร็จทางทีมงานออกเดินเท้าสำรวจบริเวณอ่าวปลายหางเกาะอีกครั้ง วันนั้นเป็นวันอากาศดีไม่มีฝนทำให้ทีมงานสังเกตุเห็นร่องรอยการฟักออกจากหลุมของลูกเต่าจำนวน 1 รัง ซึ่งคาดว่าจะฟักออกไปตั้งแต่คืนวันที่ 27 ก่อนหน้าที่เราจะมาพบเพียงไปกี่ชั่วโมง ทีมงานจึงทำการขุดสำรวจพบเปลือกไข่ที่ฟักออกไปแล้วจำนวน 89 ฟอง ไข่เสีย 14 ฟอง รวมทั้งสิ้น 103 ฟอง หลังจากตรวจเช็คแล้วก็ทำการฝังกลบเปลือกไข่ และไข่ที่เสียไว้ในตำแหน่งเดิม ช่วงเย็นหลังจากรับประทานอาหารเย็นเวลาประมาณ 18.30 น. คุณสมพรได้ออกเดินทางไปเฝ้าดูบริเวณปลายหางตามปรกติ โดยหวังว่าสันนี้จะพบแม่เต่าขึ้นมาวางไข่อีกครั้ง ขณะนั้นฝนตกปลอย ๆ หลังจากรออยู่ประมาณ 30 นาที ก็พบแม่เต่าขึ้นไข่อย่างที่ตั้งใจไว้จริงๆ ซึ่งขณะนั้นมีผู้สื่อข่าวสำนักข่าว TPBS พักค้างแรมอยู่บนเกาะทะลุด้วย จึงรีบโทรแจ้งนักข่าวให้รีบมาที่อ่าวปลายหางเกาะการวางไข่ครั้งนี้ใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 3 ชั่วโมง ทีมงานรอจนแม่เต่าขุดหลุมเสร็จและเริ่มวางไข่ โดยการบันทึกภาพในครั้งนั้นถือเป็นภาพนาทีของการวางไข่ของเต่ากระอย่างที่ไม่เคยเห็นและสัมผัสอย่างใกล้ชิดขนาดนั้นมาก่อน เป็นภาพที่น่าอัศจรรย์ใจมาก ๆ การบันทึกภาพเราใช้ไฟฉายส่องเพื่อให้แสงสว่างเฉพาะจุดในการเพื่อบันทึกภาพนาทีชีวิตที่แม่เต่าเริ่มหย่อน ไข่ลงหลุมที่แต่ละครั้งที่ไข่เต่าหล่นลงหลุมจะมีทั้ง 1-3 ฟอง ต่อครั้งและสิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจจริงๆ เราพบว่าแม่เต่าที่ขึ้นมาวางไข่ในครั้งนี้เป็นแม่เต่าตัวเดียวกันกับครั้งก่อนที่ขึ้นมาวางไข่เมื่อ 15 วันที่ผ่านมา เพราะเราจำตัวเพรียงขนาดใหญ่ที่เกาะอยู่กลางหัวและตามกระดองของเต่าตัวนี้ได้อย่างชัดเจน ทีมงานของเราจึงตั้งชื่อให้แม่เต่าตัวนี้ว่า “แม่เพรียง” แม่เพรียงใช้เวลานานจนกระทั่งไข่เสร็จก็ได้ทำการกลบไข่โดยใช้เท่าหลังเขี่ยทรายฝังกลบไข่ด้วยความปราณีตและตั้งใจ จนจะทั้งไข่เต่าทั้งหมดถูกทรายกลบจนมิดชิดและเต่ามั่นใจว่าลูกๆ ของเขาจะปลอดภัย แม่เพรียงจึงหันหน้าสู่ทะเลโดยคืนนั้นเราได้ช่วยนำทางโดยใช้ไปฉายส่องนำแสงให้กับแม่เพรียงเดินกลับลงสู่ทะเลอย่างปลอดภัยในที่สุด

ภาพขณะที่เต่าขึ้นวางไข่

ภาพขณะที่เต่าขึ้นวางไข่

ภาพขณะที่เราใช้แสงไฟส่องนำทางให้เต่ากลับสู่ท้องทะเล

***การบันทึกภาพเต่าวางไข่ในครั้งนี้เพียงเพื่อเป็นการศึกษาพฤติกรรมของเต่ากระ ขณะขึ้นวางไข่เท่านั้น มิได้ทำเป็นประจำหรือเพื่อการท่องเที่ยวแต่อย่างใด***

หลังเสร็จสิ้นภารกิจทางทีมงานทำการเกลี่ย ทรายไว้ในสภาพเดิมเพื่อหลีกเลี่ยงกลุ่มคนที่จะขึ้นมาลักขุดไข่เต่า ที่มักจะมาจอดเรือลอยลำในทะเลซุ่มดักรอเพื่อจะขึ้นมาขโมยไข่เต่าในพื้นที่เนื่องจากพวกเขาจะทราบดีว่าช่วงคืนวันเพ็ญ เต่ามักจะขึ้นมาวางไข่บนหาดทราย โดยทีมงานได้เพิ่มความเข้มงวดในมาตรการการดูแลพื้นที่ การวางไข่ของเต่ามากขึ้นโดยเฉพาะอ่าวปลายหางและอ่าวเทียนอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด และในรุ่งเช้าของวันที่ 26 สิงหาคม 2554 ทีมงานได้รีบออกเดินทางกลับไปยังหลุมไข่เต่าอ่าวปลายหางที่ทำการเกลี่ยไว้เมื่อคืน เพื่อทำการขุดย้ายไข่เต่ามายังแปลงเพาะฟักการเก็บไข่ทำด้วยความปราณีต

เก็บไข่เต่าจากจุดวางไข่เดิมย้ายไปยังจุดเพาะฟักที่ปลอดภัย
โดยแต่ละฟองมีสภาพสมบูรณ์ดี มีสีขาวใส ลักษณะกลมคล้ายลูกปิงปอง เจ้าหน้าที่ได้ลำเลียงไข่เต่าใส่ในกล่องโฟมโดยมีการรองก้นกล่องด้วยการใช้ทรายทะเลเพื่อให้ไข่ได้อยู่ในสภาพเหมือนกันกับที่อยู่ในหลุมขณะที่แม่เต่าวางไข่และนำไปยังจุดเพาะฟักปลอดภัยที่จัดเตรียมไว้ด้านบริเวณหน้าอ่าวใหญ่ที่มีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิด และครั้งนี้ไข่เต่าที่นับได้มีทั้งหมด 115 ฟอง

ไข่เต่ามีสภาพสมบูรณ์มีทั้งสิ้นจำนวน 115 ฟอง

โดยเรามีการแบ่งไข่ทั้งหมดออกเป็น 2 หลุม หลุมแรกจำนวน 60 ฟอง หลุมที่ 2 จำนวน 55 ฟอง เพื่อหลีกเลี่ยงการหนาแน่นของไข่เต่าในหลุมเพาะฟักนั่นเอง(การย้ายไข่เต่ามาในบริเวณแปลงเพาะฟักที่เตรียมไว้เป็นไปตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญเพื่อรักษาจำนวนลูกเต่าให้รอดมากที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกลักขุดไข่เต่าไปขายจากกลุ่มคนที่ยังทำอาชีพประเภทนี้อยู่)และในวันที่ 7 กันยายน 2554 หลังจากลูกเต่าฟักเป็นตัวทีมงานได้นำลูกเต่าอนุบาลอยู่ในถังไฟเบอร์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.5 เมตร โดยแบ่งลูกเต่าทั้งหมดแยกเป็น 2 ถัง และใช้เครื่องให้ออกซิเจนช่วยทั้ง 2 ถังจนถึงวันนี้ประมาณ 14 วันหลังจากไข่เต่าฟัก ทางทีมงานให้อาหารลูกเต่าด้วยเนื้อปลาสับ ดูแลความสะอาดและเปลี่ยนถ่ายน้ำทุกวัน ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ แต่ลูกเต่าก็ยังตายโดยเริ่มตายในวันที่ 6 หลังจากที่ฟักเป็นตัว จนถึงวันนี้มีลูกเต่าตายไปแล้วจำนวน 24 ตัว คงเหลือทั้งสิ้น 48 ตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเสียดายที่ลูกเต่าไม่สามารถมีชีวิตรอดอยู่ได้ครบทั้งหมด แต่ก็มีบางส่วนที่กำลังเจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ

ลูกเต่าตัวน้อยกำลังหัดใช้ชีวิตในน้ำภายในบ่อเพาะเลี้ยง

โดยข้อมูลของลูกเต่าแรกเกินจนถึงประมาณ 2 อาทิตย์ เต่าจะมีอาหารสะสมอยู่ในตัว บางตัวจะเริ่มกินอาหารหลังจากฟักเป็นตัวประมาณ 1-2 อาทิตย์สังเกตได้จากสะดือจะมีลักษณะปิดสนิท ต่างจากตอนแรกเกิดที่จะเห็นเนื้อเยื่อลักษณะคล้ายรกเด็กอีกทั้งจากการสังเกตุ บางตัวที่กินอาหารแล้วไม่ขับถ่ายจะมีอาการท้องปวมและตายในที่สุด ซึ่งคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญไม่ควรให้อาหารเร็วเกินไปและไม่ควรให้อาหารอย่างเช่นเนื้อปลาสับกับพวกเขาเลย ควรให้อาหารอ่อนๆอย่างเช่น ไข่ตุ๋นก่อน

สำหรับเต่าน้อยเหล่านี้ขณะนี้อยู่ในบ่อเพาะเลี้ยงที่เกาะทะลุโดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิดอีกทั้งพวกเขากำลังเริ่มที่เจริญเติบโตแล้ว

You don't have permission to register