fbpx

ตามรอยเต่ากระที่เกาะทะลุตอนที่2

วันนี้มาชมเรื่องราวของเต่ากระที่เกาะทะลุช่วงที่ 2 กันต่อครับ โดยเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2554 ที่ผ่านมาหลังจากที่ทางเกาะได้นำไข่ของแม่เพรียง เตากระตัวเดิมที่ขึ้นวางไข่ จำนวน 135 ฟองมาทำการเพาะฟัก ซึ่งท่านพล.ร.ต วินัย ได้ทำการย้ายมาไว้ในพื้นที่รอฟัก ลูกเต่าได้ฟักเป็นตัวจำนวน 89 ตัว โดยรวมแล้วมีสภาพแข็งแรงดี เราจึงนำแบ่งลูกเต่าไปใส่ยังบ่ออนุบาลไว้เพื่อที่ลูกเต่าจะไม่แออัดหากนำใส่ในบ่อเดียวกัน

 

วันที่ 26 กันยายน 2554 ทางเกาะได้มีการนำลูกเต่ามอบให้กับทางสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชุมพรไปจำนวน 83 ตัว เป็นลูกเต่าคอกที่ 2 จำนวน 13 ตัว ลูกเต่าคอกที่ 3 จำนวน 70 ตัว โดยมียอดสรุปการเหลือลูกเต่าที่คงอยู่ที่เกาะทะลุคอกที่หนึ่ง 1 ตัว คอกที่สองลูกเต่าตายทั้งหมด คอกที่สาม 38 ตัว คอกที่ 4 เหลือ 125 ตัว และ คอกที่ 5 เหลือ 79 ตัว

และในค่ำคืนของวันที่ 29 กันยายน ไข่ที่ยังเหลืออยู่ในหลุมฟักเป็นตัวออกมาอีก 18 ตัว เราจึงนำลูกเต่าตัวน้อยไปใส่ไว้ในบ่ออนุบาลเช่นกัน และวันที่ 30 กันยายน ประมาณบ่าย 3 โมงเต่าก็ได้ฟักออกมาอีก 18 ตัว รวมทั้งสิ้น 125 ตัว คิดเป็น 92.5% ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่สูงมากเมื่อเทียบกับการฟักตามธรรมชาติ
แต่สภาพของลูกเต่าชุดหลังทั้ง 2 ครั้ง มีขนาดตัวเล็กว่าชุดแรกที่ฟักออกมาเล็กน้อยและมีเนื้อเยื่อลักษณะคล้ายรกเด็กติดออกมาด้วยบริเวณกลางท้องเกือบทุกตัวทางทีมงานจึงจัดให้ลูกเต่าชุดนี้อยู่ในอ่างที่ใส่ทรายละเอียดและใส่น้ำไว้เล็กน้อยเพื่อให้รกที่ติดตัวมาหลุดออกขณะที่เต่าเดินบนพื้นทราย ประมาณ 3 วันเมื่อรกหลุดออก เราจึงย้ายลูกเต่ามารวมกับชุดแรก 89 ตัวที่แบ่งใส่ถังอนุบาลไว้ โดยระดับน้ำที่เหมาะสมที่สุดคือประมาณ 30-50 เซนติเมตร

เจ้าหน้าที่ตัดรกและสายสะดือที่ติดออกมากับลูกเต่า

ทางทีมงานสังเกตว่าลูกเต่าเริ่มว่ายน้ำ งับอากาศและเริ่มดำน้ำลงงับอาหารที่เราให้ซึ่งจากการทดลองเนื้อปลาบดละเอียดเป็นอาหารที่ลูกเต่ากินหมดมากที่สุด มากกว่าไข่ต้ม และตับปลาโดยต้องลอกหนังออกก่อนแล้วจึงนำมาสับให้ละเอียด ให้ปริมาณ 100-200 กรัมต่อลูกเต่า100 ตัว

ส่วนลูกเต่าชุดแรก ๆ เราได้สังเกตพฤติกรรมของพวกเขาพบว่าลูกเต่าคนละคอกจะมีพฤติกรรมกัดกันบ้างโดยเฉพาะตัวใหญ่กว่าจะไร่กัดตัวเล็ก หากนำมาอยู่ในบ่อเดียวกัน
ส่วนการให้อาหารลูกเต่าจะให้อาหาร 4 ครั้งต่อวัน เริ่มตั้งแต่ 6 โมงเช้า เที่ยง เย็น และช่วงกลางคืนประมาณ 4 ทุ่ม โดยจากการสังเกตมื้อเย็นจะเป็นมื้อที่ลูกเต่ากินอาหารมากที่สุด มากกว่ามื้ออื่นๆประมาณ 10% ลูกเต่าแรกเกิดจะกินเยอะกว่าหรือเท่ากับลูกเต่าอายุประมาณ 1 เดือน หลังจากนั้นอัตราอาหารที่ให้เริ่มลดลง ส่วนพฤติกรรมลูกเต่าจะตื่นตั้งแต่อาทิตย์ขึ้น และจะนอนหลับเมื่ออาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า ลูกเต่าแรกเกิดจะมีสัญชาตญาณ การเอาตัวรอดสูงและจะเริ่มลดลงเรื่อย ๆ เมื่อรู้ว่าตัวเองปลอดภัย

1 พฤศจิกายน 2554 ลูกเต่าคอกสุดท้ายที่แม่เพรียงได้ขึ้นมาวางไข่ไว้เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม โดยไข่ทั้งหมดนับได้จำนวน 115 ฟอง ซึ่งทางเราได้ขุดย้ายและแบ่งออกเป็น 2 หลุมๆ ละ 60 และ 55 ฟอง เต่าเริ่มฟักออกเป็นตัวจำนวน 17 ตัว หลังจากเกินกำหนดฟักมา 2 วัน โดยมีขนาดตัวเล็กกว่าคอกที่ฟักออกตามปกติ

 

สำหรับการสังเกตในขณะที่ลูกเต่ากำลังฟักตัวจะพบว่าทรายบริเวณปากหลุมจะเริ่มยุบตัว (ขนาดของการยุบตัวขึ้นอยู่กับขนาดของหลุมไข่ จำนวนไข่เต่าที่อยู่ในรัง) โดยหลังจากทรายยุบตัวประมาณ 1-2 วัน ลูกเต่าผุดออกจากหลุมไข่โดยสังเกตว่าเต่าที่ฟักออกจากไข่ที่อยู่ในหลุมทรายจะดันทรายขึ้นมาออกในช่วงเวลาที่น้ำขึ้นสูงสุดโดยลูกเต่าจะพุ่งออกจากรูเดียวกันหรือออกพร้อมกันหลายรู ไม่แน่นอนเพื่อที่จะมุ่งหน้าลงสู่ทะเลอันเป็นสันชาติญาณของเขาที่รู้ว่าช่วงเวลาใดน้ำขึ้นและเวลานั้นแหละคือช่วงที่เขาพร้อมที่จะเผชิญโลกกว้างในท้องทะเล

ส่วนวันที่ 2 พฤศจิกายน 2554 เต่าฟักอีก 4 ตัว เราจึงทำการย้ายมาใส่รวมกันในกล่องเนื่องจากน้ำขึ้นสูงซึ่งเราเห็นว่าน่าจะฟักหมดแล้วจึงได้ทำการใช้มือเปิดลุมทรายซึ่งภาพที่เราเห็นพบว่าในหลุมมีลูกเต่าอีกจำนวน 58 ตัวฟักอยู่เต็มหลุมจึงนำมาใส่ไว้ในบ่อเดียวกันซึ่งรวมลูกเต่าฟักออกมาทั้งหมดรวม 79 ตัว สำหรับลูกเต่าที่ฟักออกมาพบว่ามีรกและสายสะดือติดอยู่ยาวประมาณ 2 นิ้ว ติดออกมาด้วย เราต้องใช้กรรไกรตัดสายสะดือของลูกเต่าออกทีละตัวและทำการอนุบาลลูกเต่าชุดนี้โดยการนำไปใส่ในทรายที่มีน้ำเล็กน้อยเพื่อให้ลูกเต่าคลานและสามารถช่วยในการทำให้สะดือที่ติดอยู่เล็กน้อยหลุดออกไปอย่างง่ายดายตามธรรมชาติหากตัวไหนที่สะดือแห้งก็จะจับไปใส่ในถังที่มีน้ำประมาณ 20 เซนติเมตร

ส่วนการให้อาหารเริ่มทดลองให้อาหารที่ครั้งแรกทดลองใช้เนื้อปลาบดละเอียดให้ลูกเต่ากิน ซึ่งสังเกตได้ว่าลูกเต่าจะดำน้ำลงไปกินอาหารได้เองจนครบทุกตัว ส่วนช่วงระยะเวลาของลูกเต่าที่เริ่มกินอาหารจะอยู่ในช่วงประมาณ 5 วันหลังจากฟักออกจากไข่ จากนั้นเราก็เริ่มให้อาหารอย่างต่อเนื่องเท่า ๆ กันวันละ 3 เวลา ในช่วง 07.00 น. 12.00 น. และ 17.00 น. และพอถึงเวลา 18.00 น.จะนำลูกเต่าเข้านอนโดยการย้ายไปใส่ถังดำซึ่งจะทำเป็นประจำเช่นนี้ทุกวัน

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ได้มีการปล่อยลูกเต่าจำนวน 9 ตัว ซึ่งเป็นลูกเต่าคอกที่สี่ลงสู่ท้องทะเลโดยเราได้ตัวลูกเต่าที่สมบูรณ์ที่สุดในการปล่อยครั้งนี้

ต่อมาเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2555 วันปีใหม่เราได้ปล่อยเต่าถวายพ่อหลวงอีกจำนวน 19 ตัวลงสู่ท้องทะเลอีกครั้ง อีกทั้งในวันที่ 14 มกราคม ซึ่งเป็นวันเด็กแห่งชาติเราได้ปล่อยลูกเต่าอีก 16 ตัวซึ่งเป็นลูกเต่าคอกที่ 4 เช่นกัน ซึ่งลูกเต่าขณะนี้เหลืออยู่จำนวนทั้งสิ้น 100 ตัว

ทั้งนี้ช่วงก่อนปีใหม่ได้เกิดคลื่นลมแรงทำให้อาการแปรปรวนเต่าบางตัวไม่กินอาหารไม่ขับถ่ายทำให้ลูกเต่าคอกที่ 3 ตายไป 2 ตัว เหลือ 36 ตัว

การดูแลลูกเต่าช่วงเติบโตตอนนี้ให้กินแตงกวา แครอท เป็นอาหารว่างส่วนอาหารจะเป็นเนื้อปลาสับลอกหนังและไม่มีก้าง สำหรับการให้แตงกวาสับกับแครอท จะต้องทำการหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดเล็ก ซึ่งจะให้ลูกเต่ากินในแต่ละมื้อประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ต่อลูกเต่า 30 ตัว เป็นการให้คั่นช่วงระหว่างมื้ออาหาร โดยช่วงนี้จะงดการให้ตับและกล้วยเนื่องจากเต่ามีไขมันมากซึ่งสังเกตุได้จากการเห็นเต่าถ่ายออกมาเป็นก้อนไขมัน ทั้งนี้หากเต่ามีการกินอาหารมากเกินไปจะทำให้เต่าอ้วนโดยสังเกตุได้จากหน้าอกโตขยายผิดปรกติซึ่งส่งผลให้ลูกเต่าไม่สามารถดำน้ำลงกินใต้น้ำได้เราจึงต้องใช้อาหารว่างเข้ามาทดแทน

อีกทั้งเรามีการนำซากปะการังฟองน้ำนำมาวางไว้กลางบ่อเพื่อให้เป็นที่พักของเต่าขึ้นมาหายใจไม่ต้องว่ายน้ำตลอด
เวลาซึ่งจากการสังเกตจะเห็นได้ว่าเต่าจะขึ้นมานอนพักประมาณสองชั่วโมงแล้วจะกลับลงน้ำอีกครั้งในช่วงที่ให้อาหารตอนเย็น

จากการสังเกตุเต่าจะไม่กัดกันเองแต่จะมียุงที่เข้ามากัดบริเวณหนังตาซึ่งทำให้เต่าต้องใช้เท้าหน้าปัดไปมาทำให้โดนเปลือกตาและหนังตาจนกลายเป็นแผลอักเสบ ที่บางครั้งพบว่ามีตุ่มลักษณะคล้ายหนองเกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ต้องทำการดึงออกและนำยาหยอดตาหยอดให้จนหายเป็นปรกติ

สำหรับช่วงเต่าเริ่มโตจะมีการขยายกระดองที่พบว่ากระดองของเต่าจะมีลักษณะเปื่อยยุ่ยและนิ่ม เจ้าหน้าที่ต้องช่วยโดยการใช้แปลงหรือฟองน้ำและด่างทับทิมผสมน้ำจืดในการฆ่าเชื้อ อีกทั้งพบมีเต่าบางตัวติดเชื้อทำให้กระดองนิ่มทั้งบริเวณหน้าท้อง หลัง และต้นคอ จึงต้องทำการปล่อยลงสู่ทะเลจำนวน 2 ครั้ง ครั้งแรก 50 ตัว ครั้งที่ 100 ตัวรวมทั้งสิ้น 150 ตัว เนื่องจากรักษาแล้วไม่หายขาด จึงจำเป็นต้องปล่อยให้ดำเนินชีวิตตามธรรมชาติในท้องทะเล
อีกทั้งยังพบว่ามีเต่าเป็นฝีที่คอโดยมีลักษณะเป็นหัวหนองออกมาให้เห็นชัดเจนจึงต้องมือดึงออกมาก่อนที่จะปล่อยลงทะเล โดยมีเต่าจำนวน 30 ตัวที่ตายจากสาเหตุดังกล่าวรวมถึงเกิดการอุดมันจองไขมันโดยเต่าจะลอยตัวและไม่กินอาหาร

จนถึงขณะนี้มีเต่ายังที่ยังเหลืออยู่บ่อเพาะฟักที่สมบูรณ์ทั้งหมด 80 ตัว โดยมีชุดที่เปลี่ยนกระดองซึ่งกำลังงอกออกมาให้เห็นประมาณ 5 ตัว โดยเต่าชุดนี้ก็จะเริ่มเติบโตขึ้นอีกระดับหนึ่ง ซึ่งเต่าทั้งหมดก็อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดีซึ่งจะต้องรอเต่าชุดนี้ให้สมบูรณ์เพื่อจะนำไปปล่อยคืนสู่ท้องทะเลอีกครั้งในวันที่ 12 สิงหาคม 2555 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันแม่แห่งชาติ แด่องค์สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนารถ
หลังจากนั้นทางเกาะจะต้องเฝ้าระวังแม่เต่ากระที่จะหวนกลับขึ้นมาไข่บนเกาะทะลุอีกครั้งเนื่องจากพวกมันรู้ว่าพื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับพวกมัน

You don't have permission to register