top of page

เรื่องของแม่เต่าและแม่เลี้ยงเต่า

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ยาว 1 นาที

เรื่องราวของแม่ในความหมายที่กว้างกว่าวันแม่ — เรื่องของแม่เต่าทะเล และ "แม่เลี้ยงเต่า" บนเกาะทะลุ

จุดเริ่มต้นของศูนย์อนุรักษ์เต่าทะเลเกาะทะลุ

เราเพิ่งผ่านพ้นวันแม่ไปสองสามวัน วันนี้จะมาเล่าให้ฟังถึงเรื่องราวของแม่ในความหมายที่กว้างกว่านั้น

เรื่องเริ่มต้นจากวันหนึ่งในช่วงเดียวกันนี้เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว มีแม่เต่าทะเลตัวหนึ่งค่อยๆ คลานจากทะเลสู่ชายหาดเงียบสงบบนเกาะทะลุในคืนมืดมิด เธอใช้ขาขุดหลุมแล้ววางไข่สีขาวฟองน้อยๆ หลายสิบฟองเอาไว้ จากนั้นก็ใช้ขาหลังพุ้ยทรายปิดปากหลุมให้มิดชิด

และวันนั้นคือจุดเริ่มต้นของการตั้งศูนย์อนุรักษ์เต่าทะเลบนเกาะทะลุ ที่ทำหน้าที่ช่วยฟูมฟักลูกเต่าทะเลให้อยู่รอดและได้อยู่ในธรรมชาติอย่างยั่งยืน ตามแนวคิด

"ช่วยให้รอด เลี้ยงให้โต และปล่อยสู่ทะเล"

ศูนย์อนุรักษ์เต่าทะเลที่เกาะทะลุ ได้รับองค์ความรู้จากศูนย์อนุรักษ์เต่าทะเลแห่งแรกของไทยที่ตั้งฐานบัญชาการอยู่ที่ภาคตะวันออก เราเพิ่งได้รู้ว่าผู้ที่มีส่วนในการเริ่มต้นโครงการอนุรักษ์เต่าทะเลในเมืองไทย คือพระราชินีองค์หนึ่งซึ่งเราเรียกว่า "แม่"


เข็มทิศประจำตัวของลูกเต่าทะเล

ถ้าเรื่องราวของชีวิตเต่าทะเลนั้นเริ่มต้นในวันที่น้องๆ ออกจากไข่แล้วเดินลงสู่ท้องทะเล ความพิเศษของน้องๆ ที่มีมาตั้งแต่เกิดคือประสาทในการรับรู้คุณสมบัติทางเคมีของสภาพแวดล้อมที่มันเกิด อีกทั้งเต่ายังมีประสาทรับรู้คลื่นแม่เหล็ก มันจึงเหมือนมีเข็มทิศประจำตัวที่สามารถพาตัวเองกลับมาในสถานที่ที่มันเกิดได้เสมอ



ตามสถิติ เต่าทะเลจะกลับมาวางไข่ในสถานที่ที่ตัวเองเกิด และจะเลือกช่วงเวลาน้ำขึ้นในคืนเดือนมืด เพื่อคืบคลานขึ้นมาวางไข่ในชายหาดที่มืดมิดและห่างไกลจากการรบกวน เธอจะค่อยๆ ใช้ขาขุดหลุมทรายให้ลึกพอประมาณ และวางไข่สีขาวกลมเกลี้ยงใบเล็กๆ ลงในหลุม จากนั้นก็ใช้ขาพายังกลมทรายให้มิดจนมั่นใจว่าไข่เหล่านั้นจะปลอดภัยจนถึงวันที่ลูกน้อยเกิด



ขั้นที่ 1: ช่วยให้รอด

ในความเป็นจริงนั้น ธรรมชาติมีกระบวนการคัดสรร ต่อสู้ เพื่อการอยู่รอดเสมอ เราพบว่าไข่เต่าที่นับวันก็มีน้อยลงทุกที ยังถูกรบกวนจากสัตว์เลื้อยคลานที่กินไข่เต่าเป็นอาหาร ยังไม่รวมถึงมนุษย์ที่นิยมกินไข่เต่ากันในอดีต กระบวนการ "ช่วยให้รอด" จึงเกิดขึ้น



ในช่วงฤดูเต่าวางไข่ "ทีมแม่เลี้ยงเต่า" จะสามารถพยากรณ์หาวันที่แม่เต่าน่าจะขึ้นมาวางไข่ได้ค่อนข้างแม่นยำ และเมื่อถึงวันนั้น ก็ต้องใช้ความอดทนในการเฝ้าจนถึงเวลาที่แม่เต่าจะขึ้นมาวางไข่อย่างเงียบเชียบและรบกวนน้อยที่สุด เพื่อให้แม่เต่าวางไข่จนเสร็จสิ้น

หลังจากนั้นก็เป็นหน้าที่ของแม่เลี้ยงเต่าที่จะต้องค่อยๆ ขุดหลุมเพื่อย้ายไข่ไปไว้ในที่ปลอดภัยอย่างระมัดระวังที่สุด เพราะธรรมชาติของไข่เต่านั้นจะมีการฝังตัวอ่อนอยู่ภายใน ถ้าเกิดการพลิกหรือตะแคงไข่เมื่อไหร่ก็อาจจะทำให้ตัวอ่อนในไข่ใบนั้นตายในที่สุด



ไข่ทั้งหมดจะถูกย้ายมาฝังในหลุมใหม่ที่ควบคุมดูแลความปลอดภัยได้ง่าย แต่มีสภาพเหมือนหลุมเดิมมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นความชื้นหรือแสงแดด ซึ่งมีผลต่อการพัฒนาการของไข่

จนเมื่อถึงวันที่ลูกเต่านัดกันออกจากไข่ มันจะใช้จะงอยปากเจาะเปลือกไข่ออกมา เมื่อเปลือกไข่แตก หลุมทรายก็ยุบ น้องๆ ก็ค่อยๆ ผุดตัวเองขึ้นมาจากหลุมทรายแล้วเดินลงทะเลทันที

เพื่อจำลองวันแรกบนโลกให้ใกล้เคียงความจริงที่สุด ทีมแม่เลี้ยงเต่าจะขุดทรายเป็นร่องทางเดินมุ่งหน้าไปสู่ทะเล แต่ปลายทางเดินนั้นคือบ่อน้ำตื้นๆ ที่บอกน้องเต่าเป็นนัยๆ ว่า ถึงทะเลแล้วนะ..


ขั้นที่ 2: เลี้ยงให้โต

วันเกิดจำลองของน้องเต่าถูกจัดฉากขึ้น หลังจากนั้นเต่าทั้งหมดจะถูกจับมาไว้ในบ่ออนุบาล เพื่อ "เลี้ยงให้โต"

ทำไมไม่ปล่อยเต่าลงทะเลเลย?

เพราะตามวงจรชีวิตของเต่านั้น เมื่อมันเดินลงทะเล มันจะว่ายน้ำลงสู่ทะเลลึกอย่างบ้าคลั่งโดยไม่หยุดพักและกินอาหารใดๆ เลยเป็นเวลา 3–5 วัน โดยใช้เพียงไข่แดงที่ติดตัวมาจากไข่เป็นอาหารเท่านั้น เมื่ออาหารหมด มันจะลอยตัวขึ้นสู่ผิวน้ำ ช่วงเวลาเหล่านี้คือช่วงเวลาเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายของเต่าที่เราพบว่ามีอัตรารอดเพียง 3 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนลูกเต่าที่เดินลงทะเล

ขณะที่การรบกวนจากมนุษย์ก็ยังเพิ่มมากขึ้นกว่าธรรมชาติที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นขยะในทะเล ซากอวน และใบพัดเรือ การเลี้ยงให้โตในบ่ออนุบาลจึงเป็นการ

เพิ่มเปอร์เซ็นต์การรอดชีวิตของเต่าทะเล ให้จำนวนกลับมาสมดุลตามเดิม

ช่วงชีวิตในบ่ออนุบาลจึงปลอดภัยที่สุดสำหรับเต่า เพื่อให้ลูกเต่าทั้งหมดได้โตพอที่จะหาอาหารกินเองและต่อสู้กับศัตรูในธรรมชาติได้



ชีวิตประจำวันของแม่เลี้ยงเต่า ก็คือการดูแลเต่าให้โตวันโตคืน แต่ความเป็นแม่นั้นไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะตั้งแต่เช้าทุกวันก็ต้องล้างบ่อเต่า ให้อาหาร ขัดกระดอง มีการวิจัยพบว่าการขัดกระดองเต่าให้สะอาดจะช่วยให้เต่ากินอาหารได้มากขึ้น โตเร็วขึ้น

ขั้นที่ 3: ปล่อยสู่ทะเล

และเมื่อถึงวันที่ลูกเต่าเหล่านั้นโตพอที่จะใช้ชีวิตของตัวเองได้ ก็เป็นเวลาที่น้องๆ จะได้เดินทางออกสู่ทะเล และใช้ชีวิตด้วยตนเอง

เมื่อนั้น หน้าที่ของแม่ก็เสร็จสิ้น


ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวนี้

เกาะทะลุ เป็นหนึ่งในหาดวางไข่ของเต่าทะเลกระ (Hawksbill Sea Turtle) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤติ สถิติรังที่พบเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี เป็นเครื่องยืนยันว่าระบบนิเวศของเกาะเรายังสมบูรณ์พอให้ธรรมชาติกลับมาฟื้นตัวได้

ผู้ที่สนใจมาเรียนรู้เรื่องเต่าทะเลกับศูนย์อนุรักษ์ฯ โดยตรง เรามีโปรแกรม Turtle Hero ให้เด็กและครอบครัวได้เข้าร่วมเป็น "พี่เลี้ยงเต่า" หนึ่งวัน พร้อมหนังสือ Turtle Passport สะสมตราประทับกิจกรรมอนุรักษ์

ติดต่อสอบถาม: LINE OA @kohtaluvillage หรือเว็บไซต์ taluisland.com

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page